โพรมีธีอุส 1.0

ตอน เจาะลึกปริศนา? จากภาพยนตร์ "Prometheus" [2012]


1 - ปริศนา จาก Alien ถึง Prometheus

...ด้วยหนังทิ้งประเด็นปริศนาต่างๆไว้อย่างน่าสนใจ เล่นเอาผู้ชมหลายคนงงเต็ก! ส่งผลให้กลายเป็นหนังที่มีการถก-วิเคราะห์กันมากที่สุดแห่ง ณ ปี 2012 ที่หนังฉายไปแล้ว! (และยังคงวิเคราะห์จวบจนปัจจุบัน...) โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ด-โซเชียลเน็ตเวิร์ค-แฟนเพจ และสังคมออนไลน์ต่างๆ...ปริศนาต่างๆ มันอะไรกันแน่ ?

- ภาพยนตร์ Prometheus (2012) : Ridley Scott กำกับ -

ภาพยนตร์ Prometheus กำกับโดย "ริดลีย์ สก็อตต์" (Ridley Scott ก็คือผู้กำกับ Alien ภาค1)...ในภาพยนตร์โพรมีธีอุส เราจะได้เห็นตัวละครต่างดาวอันมีรูปลักษณ์ภายนอกทำนองเดียวกับ "สเปซ จ็อคกีย์" (Space Jockey) ที่ได้เคยปรากฏใน Alien ภาค1(1979) มาแล้ว รวมไปถึง "ยานลึกลับ" รูปทรงประหลาดแบบเดียวกับยาน "The Derelict Spacecraft" อันปรากฎเป็นฉากสั้นๆเท่านั้นใน Alien 1 ด้วยเพราะเนื้อเรื่องโฟกัสอยู่ที่ตัว Alien เป็นหลักอย่างที่แฟนภาพยนตร์ทราบกันดี *(เกี่ยวกับ Space Jockey - ยาน Derelict จากภาคหนังสือการ์ตูน-นวนิยาย ดูที่ ตำนาน Alien : Space Jockey )

- ภาพยนตร์ Alien ภาค 1 (1979) : Ridley Scott กำกับ -

จึงกล่าวได้ว่าหนัง Prometheus ถูกจุดประกายถือกำเนิดขึ้นมาจากซาก Space Jockey ใน Alien 1 นั่นเอง...ด้วยหนัง Alien ได้ทิ้งปริศนาที่ค้างคาใจแฟนภาพยนตร์มานานโขกว่า 30 ปี ว่า...แท้จริงๆแล้ว ซาก Space Jockey ลึกลับนั้น เขาเป็นใคร?-มาจากไหน? - มาทำอะไรบนดาวดวงนั้น(ดาว LV-426) และที่สำคัญไปเกี่ยวอะไรกับเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ...แต่ใน Prometheus มีการเรียก Space Jockey ในอีกชื่อว่า "The Engineer" แถมในเรื่องตัวละครหลักอย่าง "ปีเตอร์ เวย์แลนด์" และ "เอลิซาเบธ ชอว์" เชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่า พวก Engineer-Space Jockey นี้แหละ คือพระเจ้าวิศวกรต่างดาว! ผู้ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ!...และเมื่อได้ชมภาพยนตร์จบ กลับกลายเป็นว่าแทนที่จะไขปริศนาให้้ได้ตาสว่าง แต่กลับสร้างปมปริศนาใหม่ให้ผู้ชมจินตนาการต่อหนักข้อยิ่งขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง!(เหมือนจะทิ้งเชื้อไว้สานต่อใน Prometheus ภาค2 ? :)...และที่พลิกล็อคก็คือ Prometheus ก็ไม่ได้เป็น Alien Begin อย่างที่แฟนทั้วโลกคาดหวังกัน แต่หากมีแววจะแยกตัวออกเป็นอีกจักรวาลหนึ่งไปเลย! และก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอสูรกายรูปลักษณ์แบบ เอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ เป็นพระเอกของเรื่องอีกต่อไป...แต่มันเป็นไซ-ไฟสยองฝันแนวใหม่อันมีส่วน ผสมของปรัชญาอันลี้ลับทำนอง...ปริศนาของพระเจ้าผู้สร้าง, ทฤษฎีวิวัฒนาการ, สัญชาตญาณสิ่งมีชีวิต, มนุษย์ต่างดาวผู้ทรงภูมิปัญญา กับ ชะตากรรมมนุษยชาติ ฯลฯ...และแน่นอนว่า จินตนาการ นวัตกรรม-เทคโนโลยีล้ำเลิศแห่งโลกอนาคต ย่อมเป็นส่วนผสมสำคัญในเนื้อภาพยนตร์

- รูปซากยาน "The Derelict Spacecraft" ภายในยานนั้นพบซาก Space Jockey กับคลังไข่ Alien จำนวนมหาศาล : จากหนังสือการ์ตูนComic " Alien The Illustrated Story"(1979) อันโครงเรื่องหลักของหนังสือก็คือเรื่องราวเดียวกันกับภาคภาพยนตร์ Alien(ภาค 1) นั่นเอง -



- รูปโฉมยาน The Derelict Spacecraft ในภาพยนตร์ Promotheus : และรูปล่างก็คือ Engineer กับ แท่นบัลลังก์บังคับยาน -



2 - ปริศนา ชื่อยาน "โพรมีธีอุส" กับ "สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาว"

Prometheus...ชื่อ "โพรมีธีอุส" ก็คือ เป็นเทพไททันองค์หนึ่งในเทพปกรณัมกรีก(Greek Mythology) ที่มีความเฉลียวฉลาด เป็นผู้ขโมยไฟจากเฮสเทีย เทพีแห่งเตาไฟลงไปให้มนุษย์ เป็นเหตุให้มนุษย์รู้จักใช้ไฟในการหุงหาอาหาร และใช้เพื่อแสงสว่างจนสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นอารยธรรมอันตรุ่งเรื่องขึ้นมาได้ แต่เทพซุสผู้ยิ่งใหญ่พิโรธ และลงโทษโพรมีธีอุสด้วยการขังไว้ในถ้ำบนเทือกเขาคอเคซัส ทั้งให้นกยักษ์มาจิกกินตับของโพรมีธีอุสทุกวัน โดยที่ไม่ตาย และทุกคืนตับของพรอมิธีเอิสจะงอกใหม่ เพื่อให้นกยักษ์จิกกินในวันรุ่งขึ้น!...แต่สำหรับมนุษย์แล้ว โพรมีธีอุสถือว่าเป็นเทพที่กล้าหาญ และเป็นเทพที่ดีต่อมนุษยชาติ จึงได้รับการยกย่องและนับถือ

- ยานอวกาศ Prometheus สุดล้ำ (ดูรายละเอียด สรรพคุณเทคโนโลยีของยาน ในวิดิโอคลิป) -



- ภาพเทพ Prometheus จากเทพปกรณัมกรีก(Greek Mythology) -

ในเชิงศาสนา-คัมภีร์ฤคเวทย์พรามหมณ์-ฮินดูในอินเดีย หรือลัทธิศาสนาเก่าแก่อย่าง "โซโรอัสเตอร์"ของชาวเปอร์เซีย กล่าวถึง การบูชาไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เด่นที่สุดเพื่อขอพรจากพระเป็นเจ้าให้ทรงมอบความสุขและความโชคดีให้แก่ผู้ที่บูชานั้น และพิธีกรรมยังคงสืบทอดและดำเนินอยู่ในยุคปัจจุบันศตวรรษที่ 21

- มนุษย์กับไฟ : ภาพขวา ผู้นักถือลัทธิโซโรอัสเตอร์ ในประเทศอิหร่านกำลังสวดมนต์บูชาไฟ -

หลักฐานทางโบราณคดี-วิทยาศาสตร์ ให้ทฤษฎีว่า มนุษย์รู้จักใช้ไฟเมื่อมีการระเบิดของภูเขาไฟในอัฟริกา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 แสนปีมาแล้ว นับเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกของมนุษย์ หลังจากนั้นความเป็นอยู่ของมนุษย์ก็เริ่มดีขึ้น และไฟถูกนำมาใช้ประโยชน์สืบต่อกันมาจนพัฒนาต่อยอดเจริญก้าวหน้าเป็นอารยธรรมจวบจนทุกวันนี้...*ไฟ คือ วิทยาศาสตร์ และไฟมีคุณสมบัติทั้ง ให้แสงสว่าง-ความร้อน-การเผาทำลาย...ในสายตาของ โพรมีธีอุส กับ ซุส อาจเห็นในมุมที่ต่างกัน โพรมีธีอุส มอง -ไฟ- คือ เครื่องมือในการพัฒนาชีวิตของมนุษย์ แต่ ซุส มองต่าง -ไฟ- คือความเร้าร้อน จะเผาทำลายทั้งตัวมนุษย์เองรวมไปถึงพระเจ้าผู้สร้าง!...ซุสผู้มีอำนาจเหนือกว่าจึงสำเร็จโทษ โพรมีธีอุส ซะ!

นอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของหนัง Prometheus (อันดูจะลงตัวกับธีมที่ว่าด้วยการท้าทาย-ปฏิเสธ ความเชื่อพระเจ้าสร้างโลกในเชิงคติทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาคริสต์) นั่นคือ "Ancient Astronauts" หรือทฤษฎีที่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาว(Extraterrestrial Beings) ได้เคยมาเยือนโลกในช่วงประวัติศาสตร์ยุคโบราณ หรือยุคก่อนประวัติศาสตร์(Prehistory) และติดต่อกับมนุษย์มาแล้ว...(เพิ่มเติม คลิก ) (หนังไซ-ไฟหลายๆเรื่องก็เอาประเด็นนี้มาเล่น อาทิ 2001 A Space Odyssey, Star Trek, Mission to mars, Alien VS Predator หรือ Transformers ฯลฯ) *และสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาวนั่นเองอาจเป็น พระเจ้าผู้มนุษย์ต่างดาว! ผู้สร้าง-ต้นกำเนิดมนุษย์ ? ...ผู้เสนอทฤษฎีนี้เชื่อว่าการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวดังกล่าวได้ส่งอิทธิพลต่อการพัฒนาของมนุษยชาติทั้งใน มิติทางวัฒนธรรม, เทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ๆ หรือแม้แต่ในด้านศาสนา ทฤษฎีนี้ถูกเสนอมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19-ต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนจะถูกพูดถึงอย่างจริงจังและแพร่หลายในครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 โดยนักเขียนหลายคน ตัวอย่างสำคัญหนึ่งในนั้นก็คือ "อีริช ฟอน ดานิเกน" (Erich von Däniken) นักเขียนชาวสวิส ในหนังสือชื่อ Chariots of the Gods (1968) - รถม้าของพระเจ้า!

- หนังสารคดี "ANCIENT ALIENS" โดย History channel สร้างตามแนวทางจาก หลักฐาน-ข้อมูลในหนังสือของ Chariots of the Gods ของ Erich von Däniken นั่นเอง -


- Alien VS Predator ภาคแรก(2004) ก็เล่นกับประเด็น Ancient Astronauts...ในรูป อารยธรรมของพวก Predator บนโลกมนุษย์ -


- Mission to Mars (2000) (*มีแนวคิดโครงเรื่องคล้ายๆ Prometheus พอสมควรทีเดียว) : เป็นหนังไซ-ไฟ อีกเรื่องที่น่าสนใจมาก...เนื้อเรื่องสรุปไว้ชัดเจนว่า สิ่งมีชีวิตบนโลก-มนุษยชาติ มีต้นกำเนิดมาจากดีเอ็นเอของมนุษย์ต่างดาว ดาวอังคาร นี่เอง...รูปล่างซ้ายคือโฉมหน้ามนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคาร ...(ชมวิดิโอคลิป บรรยากาศการเผยความลับของดาวอังคาร) -



- รูปซ้าย คือ ตัวอย่างภาพวาดโบราณพบในหุบเขา วาล คามอนิกา(Val Camonica) ประเทศอิตาลี สันนิษฐานว่าวาดไว้ตั้งแต่ราว 10,000ปี! ก่อนคริสตกาล ซึ่งผู้เสนอทฤษฎี Ancient Astronaut อ้างว่าภาพเหล่านี้รูปลักษณ์คล้ายกับมนุษย์อวกาศสมัยใหม่ (บนหัวเหมือนจะเป็นหมวกอวกาศ-ในมือถือเครื่องมือบางอย่าง?)...ส่วนภาพกลาง-ขวา สิ่งทรงผู้ปัญญาต่างดาวตัวสีขาวโพลน รูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ ที่ปรากฏในหนัง Prometheus -


- หลักฐานโบราณคดีในหนัง Prometheus ทุกชิ้นมีส่วนที่เหมือนกันคือ มีรูปซ่อนรหัสบางอย่างเป็น มนุษย์ตัวใหญ่ชี้ไปยังกลุ่มดาวลึกลับ มันคือ "ดาว LV-223" (*แต่ใน Alien 1 เป็น ดาว LV-426...*LV เหมือนกัน คาดว่าคงอยู่ในระบบแกแลคซีเดียวกัน) จึงถูกตีความว่าผู้สร้างต่างดาวเชื้อเชิญให้มนุษย์ไปเยี่ยม -


- มีหลักฐานในภาพยนตร์ชิ้นหนึ่ง...เป็นแผ่นแกะสลักนูนสูงอารยธรรมMaya ซึ่งมาจากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีอยู่จริง เรียกว่า "Pacal's Sarcophagus" โลงหินสลักของกษัตริย์ปาคาล เป็นรูปสลักกษัตริย์แห่งอาณาจักรMaya องค์หนึ่ง นามว่าปาคาลนั่นเอง "Pacal"หรือ"Pakal" (23 มี.ค 603 – 28 ส.ค. 683 A.D.) ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบ Southern Mexico...*ซึ่งถูกอ้างอิงในหนังสือ Chariots of the Gods ของ "อีริช ฟอน ดานิเกน" เช่นกัน...ที่น่าสนใจก็คือ เป็นรูปคนท่านั้ง+อุปกรณ์ คล้ายๆการบังคับยานอวกาศในปัจจุบัน จึงสันนิษฐานกันว่า มันอาจเป็นหลักฐานของ นักบินอวกาศในอดีต! (Ancient Astronauts) -


- *อาณาจักรมายา(Maya civilization) เป็นอาณาจักรโบราณเก่าแก่ประมาณกันว่าน่าจะกว่า 2000ปีก่อนคริสตกาล อยู่ในอเมริกากลาง มีพื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซและกัวเตมาลา มีช่วงรุ่งเรืองประมาณ ช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลจนถึง ค.ศ.1502 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นครวากา ปัจจุบันคือ เอลเปรู...ชาวมายาใช้อักษรภาพในการบันทึก มีความสามารถทางดาราศาสตร์ จนสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ รู้จักค้าขายเกลือ หยก และเครื่องปั้นดินเผา...ชาวมายานับถือเทพเจ้ามาก และมีเทพเจ้ามากมาย ทั้งสุริยเทพ วสันตเทพ และมรณเทพ เทพเจ้าเหล่านี้ทรงโปรดปรานการเสวยเลือด ดังนั้นจึงมีพิธีบูชายัญด้วยชีวิตของหญิงพรหมจารี(บริสุทธิ์)เพื่อถวายเทพ...หนึ่งปีของชาวมายามี 13 เดือน และฤดูกาลอีก 4 ฤดู...รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ (ภาษา Eng) -


- รูปลักษณ์ Space Jockey +แท่นบังคับยาน...อาจได้แรงบันดาลใจจาก "Pacal's Sarcophagus" ? (สังเกต หลักฐานในหนังได้ดัดแปลงให้ตัวคนมี งวง เพื่อแสดง-สื่อให้มันเป็น Space Jockey นั่นเอง :) -



3 - ปริศนา The Engineer - Space Jockey - พระเจ้าต่างดาวผู้ให้กำเนิดมนุษย์ ?

เปิดฉากแรกของ Prometheus ผู้ชมจะได้เห็นฉากภูมิประเทศหุบเขา พื้นน้ำอันเวิ้งว้าง ยานอวกาศได้บินมาสู่น้ำตกยักษ์แห่งหนึ่ง แต่แปลกที่รูปลักษณ์ยานไม่ใช่ยานทรงโค้งแบบยาน Derelict แต่เป็นจานบินกลมดำทะมึน และแล้ว Engineer ก็ปรากฏตัว ดื่มสารเหลวสีดำปริศนา? ทันใดร่างก็แหลกหัก ตกลงสู่หุบเหวน้ำตก...ภาพยนตร์แสดงให้เห็นว่า สารเหลวสีดำได้ทำปฏิกิริยากับเซลล์-DNAของร่าง Engineer จนกลายเป็นเซลล์-DNAใหม่ เข้าใจว่ามันคงเป็นเซลล์-DNA ต้นแบบของมนุษยชาติ?... *น้ำ คือ ชีวิต! (*ทั้งอาจสื่อถึงว่า เซลล์-DNAของร่าง Engineer ในหนังเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงบนโลก ตามสมมติฐานจากทฤษฎีวิวัฒนาการของสัตว์ > สิ่งมีชีวิตเริ่มแรกยุคดึกดำบรรพ์นั้น กำเนิดในน้ำ เป็นสัตว์เซลล์เดียว > แล้วจึงวิวัฒนาการแยกสายพันธุ์เป็นสัตว์-สิ่งมีชีวิตต่างๆต่อไป > จนมาถึงมนุษย์) และด้วยตอนหลัง ลูกยาน Prometheus ชันสูตรซากหัว Engineer บนดาว LV-223 พบว่ามีรหัสพันธุกรรมตรงกับของมนุษย์ทุกประการ!...ลูกยานโดยเฉพาะ "ปีเตอร์ เวย์แลนด์" และ "เอลิซาเบธ ชอว์" จึงยิ่งเชื่ออย่างสนิทใจว่าพวก Engineer นี่แหละคือพระเจ้าต่างดาวผู้สร้างมนุษย์! กรณีนี้หนังได้ผนวกหลอมรวม ปม! ความเชื่อพระเจ้าผู้สร้างในเชิงศาสนา(คริสต์-และอื่นๆ)กับพระเจ้ามนุษย์ต่างดาว ไว้อย่างเฉียบแหลม โดยเฉพาะกับตัวละคร เอลิซาเบธ ชอว์ ในหนังสื่อบุคลิก(อันขัดแย้ง)ของเธอออกมาชัดเจน เธอศรัทธาเต็มเปี่ยมในพระเจ้าศาสนา สวมไม้กางเขนติดตัวตลอด แต่อีกด้านเป็นเธอนักโบราณคดี-นักวิทยาศาสตร์ผู้ต้องการพิสูจน์ความจริงแท้...(*ปฐมกาล 1:1, สดุดี 24:1... "พระเจ้าตรัสว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาตามพระฉายของพระองค์" > Engineer สร้างมนุษย์เหมือนรูปลักษณ์ของตน!)

- จานบินยักษ์ลึกลับ และ Engineer ผู้พลีชีพตนเองด้วยสารเหลวสีดำลึกลับ ซึ่งไม่ทราบได้ว่า ปรากฏอยู่บนดาวอะไร แต่มักเข้าใจกันว่าน่าจะเป็น โลก? -



- บรรยากาศ ดาว LV-223 เต็มไปด้วยหุบเขา เมฆหมอก และ พายุฝุ่น -

แต่แล้วในท้องเรื่อง กลับเกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด ปีเตอร์ เวย์แลนด์ ถูก Engineer ฆ่าตายเอาดื้อๆ ลูกยานก็โดนอสูรกายเอเลี่ยนกลายพันธุ์(อันจากสารเหลวดำ) ฆ่าเรียบ ที่เหลือรอดก็มีเฉพาะ เอลิซาเบธ ชอว์ กับ หุ่นแอนดรอยด์ "เดวิด" หรือ David 8 (หุ่นปัญญาประดิษฐ์ AI หรือ Artificial Intelligence รูปลักษณ์ภายนอก-มีความคิดริเริ่ม ใกล้เคียงมนุษย์) ซึ่งเดวิดก็โดน Engineer ฉีกร่างหัวขาด แต่ก็ยังมีความทรงจำ-ทำงานได้อยู่ เอลิซาเบธ ชอว์ จึงสรุปว่าเหตุที่ Engineer มีโปรแกรมจะเดินทางไปยังโลกนั่นหาใช่อื่นใด แต่เพื่อทำลายมนุษยชาติ ด้วยสารเหลวดำปริศนาในไหจำนวนมากนั้นเป็นแน่แท้

*ข้อสังเกตเบื้องต้น กรณี Engineer...

- ในหนัง คุณเวย์แลนด์+ทีมลูกยานนักบินอวกาศ สันนิษฐานจากหลักฐานโบราณคดีเก่าแก่ และเชื่อว่าพวก Engineer นี่แหละคือพระเจ้ามนุษย์ต่างดาวผู้สร้างมนุษย์ ที่สำคัญรหัสพันธุกรรมตรงกับของมนุษย์ทุกประการดังได้กล่าวไปแล้วนั่นเอง แต่หนัง Prometheus ถึงแม้เหมือนจะสื่อเป็นนัยๆว่า Engineer เป็นต้นกำเนิดมนุษย์แต่ก็ไม่ได้สรุปแบบฟันธง 100% ว่ามันจริงตามนั้น?...และ Engineer ก็ไม่มีบทพูดใดๆสนทนาโต้ตอบใดๆทั้งสิ้น แถมฆ่า เวย์แลนด์-ฉีกหัวเดวิด เอาดื้อๆแบบไม่อธิบายพูดพล่ามทำเพลงใดๆ... Engineer อาจเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตอีกสายพันธุ์อันเป็นญาติสนิทกับสายพันธุ์มนุษย์ก็เป็นได้? และพระเจ้าผู้สร้างที่แท้จริงอาจเป็นตัวอะไรอีกตัวที่อยู่บนยานจานบิน? หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นๆที่ไม่ใช่หรือไม่เกี่ยวกับพระเจ้าเลย?

- ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Engineer จะไปโลกเพื่อจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จริงๆ เพราะ Engineer ยังไม่ได้ไปโลกแต่อย่างใด ด้วยโดนขัดขวางโดยทีมนักบินยาน Prometheus ขับพุ่งชนยาน Derelict ของ Engineer ตกเสียก่อน และตัว Engineer เองแม้รอดชีวิตแต่ภายหลังตอนท้ายเรื่องก็ถูกเอเลี่ยน Trilobite (ปลาหมึกกลายพันธุ์) เขมือบสิ้นชีพในที่สุดเช่นกัน...การจะไปโลกเพื่อล้างทำลายมนุษย์ จึงเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานจากโศกนาฏกรรมที่ได้ประสบหายนะจากสารเหลวดำ อันบรรจุอยู่หม้อไหจำนวนมหาศาลในยานของ Engineer ซึ่งก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นอสูรกาย...แต่ก็ไม่แน่สารเหลวดำอาจมีคุณสมบัติอื่นๆนอกเหนือจากนั้น? หรือ Engineer อาจมีองค์ความรู้-ภูมิปัญญาในการใช่สารเหลวดำเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆที่ไม่ใช่แค่ให้กลายพันธุ์?...

- Engineer กับ Space Jockey(ใน ALien1) อาจไม่ใช่พวกเดียวกัน?...สังเกต Engineer ตนแรกตอนเปิดเรื่อง ร่างกายเป็นคนเปลือยเปล่าไม่มีชุดเกราะ แต่ภายในเรื่องตอนหลังๆนั้นจะเห็นเป็นพวกที่ใส่ชุดเกราะ โดยหมวกเกราะครอบที่สวมมีลักษณะเหมือนหัวกะโหลก Space Jockey ใน ALien1...และพวกที่ตายเป็นศพแห้ง ชุดเกราะก็ประหนึ่งแห้งไปกับร่างกายด้วย? ราวกับชุดเกราะเป็นผิวหนังติดกับร่างกายเป็นเนื้อเดียวกัน อันสอดคล้องกับพันธุวิศวกรรมเชิงกล หรือ ชีวภาพเชิงกลชั้นสูง("Biomechanics")...ทำนองเดียวกับร่างกายของเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ (ดูรายละเอียด Biomechanics ตำนาน Alien : Space Jockey อีกที)...หรือเป็นได้ไหมว่า Engineer อาจแบ่งได้เป็นหลาย Class ?...และ Engineer มีความสัมพันธ์บางประการกับ Space Jockey ทางใดทางหนึ่ง?...หรือ Space Jockey คือผู้สร้าง Engineer อีกที?...ฯลฯ

- สังเกต ดาว LV-223 ที่เหล่า Engineer ในหนังอาศัยอยู่นั่น ถูกทิ้งร้างเป็นที่ที่ค่อนข้างกันดารมาก สามัญสำนึกแล้วไม่สมกับความเชื่อที่ว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าต่างดาวผู้มีอารยธรรมสูงส่งถึงขั้นสร้างมนุษย์ได้ ทั้งดูเหมือนจะเป็นฐานลับที่ซ่องสุม-หลบซ่อนมากกว่า จึงอาจคิดอีกมุมได้ว่า Engineer กลุ่มนี้อาจเป็นเพียง ชมกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งของชาวต่างดาวเผ่าหนึ่งที่เรียกกันไปพลางๆก่อนในหนังว่าพวก Engineer อันอาจไม่เกี่ยวกับประเด็นพระเจ้าต่างดาวอะไรเลย?

- ยานโพรมีธีอุส กามิกาเซ่พลีชีพ ไล่พุ่งชนยาน Derelict ของ Engineer...เป็นอีกมุมดีๆของมนุษย์ เมื่อถึงคราวิกฤต ย่อมเสียสละชีพตนได้เสมอ :) -


- ข้อสังเกตอีกประการสัดส่วนซาก Space Jockey ใน Alien1 ตัวใหญ่มากถ้ายืนขึ้นน่าจะสูงสัก 6-7 เมตร(รูปซ้าย)เลยทีเดียว...ในขณะที่ Space Jockey หรือ Engineer ใน Prometheus เต็มที่น่าจะประมาณไม่เกิน 3 เมตร (รูปขวา)...และด้านล่าง ภาพจากหนังสือการ์ตูนชุด Aliens - Apocalypse The Destroying Angels จะเห็น Space Jockey ตัวใหญ่มากเช่นกัน -



- หัวแบบมีงวงลักษณะ Space Jockey ของ Engineer ใน Prometheus ที่แท้ก็เป็นเพียงหมวกเกราะครอบ ประเด็นนี้ไอเดียบรรเจิดมาก เซอร์ไพรส์ แฟนภาพยนตร์เอเลี่ยนเป็นอย่างแรงส์ -



- จากซ้ายสุด นั่นคือรูปปั้นเทพโพรมีธีอุส...ต่อด้วย Engineer ร่างขาวโพลนเกลี้ยงเกลา,เปลือยเปล่า,กำยำ(ได้สัดส่วนตามมนุษย์ในอุดมคติ ราวกับรูปปั้นของเทพกรีกโรมัน)...ถัดมาร่างชุดเกราะ Biomechanic...และขวาสุดร่างชุดเกราะแบบ Space Jockey -


- รูปนี้ไม่มีในฉากฉบับโรงภาพยนตร์ หรือเป็นอีก Class ของพวกEngineer..."Elder Engineer"...Engineer วัยสูงอายุ? หรืออะไรกันแน่? ...(ได้ข่าวฉากนี้จะไปปรากฏแถมในฉบับแผ่น DVD Special Edition - Bluray และ+ฉากอื่นๆเพิ่มเติมอีก รวมกันกว่า 20-30 นาที) -


- ปริศนา โฮโลแกรม(บันทึกภาพในอดีต)ของ Engineer พวกเขาวิ่งหนีอะไรกัน? ทั้งยังพบมีกองซากศพตายกันเกลื่อนอีกต่างหาก...จึงสันนิษฐานว่าคงต้องเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวทำนองอสูรกายเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ แต่โฮโลแกรมก็มิได้แสดงร่องรอยของตัวอสูรกายที่ Engineer วิ่งหนีแต่ประการใด -


- ถ้าอ้างอิงจากภาคหนังสือการ์ตูน Aliens ด้วย...แน่นอนว่า Space Jockey กับ Engineer เป็นคนละสายพันธุ์กัน...สังเกต หัว Space Jockey ดูเป็นผิวหนัง-มีงวงเป็นอวัยวะของร่างกายตามธรรมชาติจริงๆ แถมมีปาก-ฟันใต้งวง จึงไม่น่าจะเป็นเพียงแค่เป็นหมวกเกราะหน้ากากแบบที่ Engineer ใน Prometheus สวมใส่ -


- และนี่คือ Space Jockey ตนสุดท้ายตัวเป็นๆที่หลงเหลืออยู่ในจักรวาล แต่ปรากฏว่ามีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟฆ่าตายไปในที่สุด : ปรากฏในการ์ตูนคอมมิคชุด Alien : Dark Horse Present Platinum Edition -



4 - ปริศนา สารเหลวสีดำ กับ อสูรกายกลายพันธุ์-เอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ ?

- ไหปริศนาจำนานมหาศาล ภายในไหเหล่านั้นมีสารเหลวสีดำลึกลับ อันเป็นปมสำคัญของเรื่อง -

ในหนังแสดงให้เราได้เห็นว่า สารเหลวสีดำลึกลับที่บรรจุอยู่ในหม้อไหภายในถ้ำ-ยานของ Engineer มีคุณสมบัติพิเศษคือก่อให้เกิดปฏิกิริยากับสิ่งมีชีวิต เมื่อสัมผัสหรือไปอยู่ในร่างกายสิ่งมีชีวิตใดๆแล้วจะส่งผลให้มีการกลายพันธุ์! โดยจะทำปฏิกิริยาให้ผลต่างๆกันไปตามแต่ปัจจัยของสภาพบรรยากาศดาว ณ ขณะนั้น และโดยเฉพาะขึ้นอยู่โครงสร้างทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตนั้นๆด้วย (ทำนองเดียวกับการฟักตัวของเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ) แต่โดยส่วนใหญ่ที่เหมือนกันก็คือ มันให้ผลออกมาในออกจะเป็นในแง่การกลายเป็นอสูรกายร่างวิปริตที่น่าสยดสยอง...รูปแบบการกลายพันธุ์หลักๆเท่าที่ปรากฏในภาพยนตร์ Prometheus จำแนกได้ดังนี้

1. Hammerpede
(อสูรกายงู) ในร่างลูกยานนาม "มิลเบิร์น"(Milburn) : หนอนตัวเล็กๆบนดาวนั้น? ไปโดนสารของเหลวสีดำ > กลายพันธุ์เป็น Hammerpede > เข้าสู่ร่างกายมนุษย์(มิลเบิร์น) กลายเป็นตัวหนอนใหญ่?ออกมาจากร่างกายอีกที > ออกมาแล้วอาจโตเต็มวัยเป็นอะไรต่อไปอีก?...*และที่น่าสนใจคือ Hammerpede มีเลือดเป็นกรดเช่นเดียวกับเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ


2. Zombie?
(อสูรกายผีดิบ) "ไฟฟิลด์" : > ลูกยานนาม ไฟฟิลด์ ติดเชื้อจากน้ำเลือดกรดของ Hammerpede (อาจได้รับเชื้อปฏิกิริยาจากสารเหลวสีดำไปด้วยในตัว) > ติดเชื้อแล้ว หน้าตา-ร่างกาย พุพอง-บิดเบี้ยว สติสัมปชัญญะเลอะเลือน กลายเป็นอสูรกายแบบผีดิบ!



- เมื่อ ไฟฟิลด์ กลายพันธุ์สมบูรณ์จะมีรูปลักษณ์หน้าตา ดังรูปขวา (Concept Art) -


3. "ชาลี ฮอลโลเวย์"กลายพันธุ์ ??? : เมื่อหุ่นเดวิดแอบหยดสารเหลวสีดำในน้ำดื่มให้นักวิทยาศาสตร์ลูกยานนาม ฮอลโวเวย์ ดื่ม > ผลคือร่างกายฮอลโลเวย์ค่อยๆเปลี่ยนแปลงผิดปกติไป ตาแดงก่ำ ตัวเริ่มซีดขาว แนวเส้นเลือดบนผิวหนังเริ่มไหม้คล้ำ ผิวหนังพุอง > ฮอลโวเวย์อาจกลายเป็นตัวอะไรต่อ? ถ้าไม่ถูกเผาตายเสียก่อน...(คงออกมาเป็นแนว Zombie ทำนองเดียวกับที่ไฟฟิลด์เป็น?)


4.1. Trilobite (อสูรกายปลาหมึก) กำเนิดจากครรภ์ของ เอลิซาเบธ ชอว์ : ในท้องเรื่องชอว์กับฮอลโวเวย์เป็นคู่รักกัน และเมื่อหลังจากฮอลโวเวย์ดื่มน้ำที่มีสารเหลวดำผสม ดันไปมีเพศสัมพันธ์กับ ชอว์ > สารเหลวดำถ่ายทอดสู่ตัวชอว์(ทางตัวสเปิร์ม) > เกิดปฏิสนธิ ชอว์จึงตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ตัวอ่อนเด็กทารกมนุษย์ตามปกติ แต่มันเป็นอสูรกายมีหางรูปร่างคล้ายปลาหมึก > เมื่อถูกเอาออกจากท้องแล้วก็ไม่ตายง่ายๆ > แต่เติบโตกลายพันธุ์เป็นเอเลี่ยน Trilobite Adult ต่อไป... *ประเด็นนี้มีข้อน่าสังเกตสำคัญ นั่นคือหนังระบุไว้ชัดเจนว่านางเอกของเรานั้นเป็นหมัน ไม่อาจสืบทายาทโดยวิถีธรรมชาติ! ชวนให้คิดลงลึกว่าครรภ์สยองนี้ เป็นผลพวงจากสารเหลวสีดำโดยตรง(น่ากลัว - -'' ) หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยสภาวะอย่างอื่นกันแน่ --- แล้วในอนาคตข้างหน้าล่ะ? เธอจะสามารถตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้หรือไม่ !?!



- เอลิซาเบธ ชอว์ กับปฏิบัติการโหดสยอง ทำคลอดกำจัด Trilobite ในท้องตนเอง! -


4.2. Trilobite Adult (อสูรกายปลาหมึกยักษ์) : คือ Trilobite ที่เจริญเติบโตเป็นร่างยักษ์ ซึ่งต่อมาได้โจมตี Engineer พลาดถึงตาย! (แม้แต่ Engineer เองยังเอาไม่อยู่)...*สังเกต ในหนัง Trilobite Adult เข้าจัดการ Engineer อาจเพราะต้องการปกป้อง เอลิซาเบธ ชอว์ จากการทำร้ายของ Engineer หรือเปล่า? มันอาจมีสัญชาตญาณ-จิตสำนึกลึกๆรู้ว่า เอลิซาเบธ ชอว์ คือ แม่ ผู้ให้กำเนิด!?



5. Deacon : เกิดจาก Trilobite Adilt จู่โจม Engineer และปล่อยน้ำเชื้อเข้าสู่ร่าง > ฟักตัวเติบโตกลายเป็นอสูรกาย Deacon เลยในทันใด *โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฟักตัวแล้วเป็น เชสเบิร์สเตอร์ ก่อนแบบเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ...ซึ่งดูรูปลักษณ์จะพบว่าจะมีเค้าโครงรูปลักษณ์คล้ายๆกับเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ พอสมควรทีเดียว



6. Engineer > มนุษย์ ??? : อ้างอิงจากฉากแรกของหนัง ดังได้กล่าวแล้วว่า Engineer ร่างเปลือย ดื่มสารเหลวสีดำ แล้วพลันแนวเส้นเลือดบนผิวหนังเริ่มไหม้คล้ำ ร่างก็แหลกหัก ตกลงสู่หุบเหวน้ำตก เซลล์-DNA แปลสภาพกลายเป็น เซลล์-DNA ชุดใหม่ กระแสหลักสันนิษฐานกันว่ามันน่าจะเป็น เซลล์-DNA ของมนุษย์? ...*และคาดว่าสารเหลวสีดำในถ้วยผอบที่ Engineer ดื่ม คงเป็นตัวเดียวกันกับสารเหลวดำในไหที่ก่อให้เกิดอสูรกายทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น แต่อาจจะมีส่วนผสมอื่นๆเพิ่มเติมด้วย? *หรือ Engineer ผู้นี้อาจไม่เกี่ยวกับการกำเนิดมนุษย์เลย เป็นเพียงนักโทษคนหนึ่ง? ที่ถูกบังคับให้ดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย?


อาจกล่าวได้ว่า สารเหลวสีดำในไหนั้น เป็นสารพิเศษลึกลับที่ก่อปฏิกิริยาทางเคมีต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งให้ผลออกมาได้กว้างมาก ยากที่จะคาดเดาว่าจะวิวัฒนาการต่อลงเอยได้ผลเป็นตัวอะไร(ขึ้นอยู่กับตัวแปรโครงสร้างทางชีวิภาพ + บริบทสิ่งแวดล้อม + ฯลฯ)...*ส่วนจะเกี่ยวของกับเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟหรือไม่นั้นไม่มีใครทราบได้ แต่คาดว่าคงมีเกี่ยวข้องบ้างไม่มากก็น้อย?...กำเนิดซีโนมอร์ฟในเริ่มแรกสุดอาจเกิดมาจากปฏิกิริยาจากสารเหลวสีดำด้วยก็เป็นได้?



5 - ปริศนา วาระซ่อนเร้น นายทุนเฒ่าเวย์แลนด์-หุ่นเดวิด ?

ในเรื่องเราจะพบว่า คุณ ปีเตอร์ เวย์แลนด์ นายทุนเฒ่าเจ้าของ Weyland Industries ต้มลูกยานทั้งหมดว่าตนตายไปแล้ว 2 ปี แต่ที่ไหนได้ ที่่แท้ก็ยังมีชีวิตอยู่และยังได้ร่วมเดินทางมากับยาน Prometheus ด้วยอย่างลับๆอีกต่างหาก...พอถึงจุดไคลแมกซ์ เวย์แลนด์ ก็ปรากฏตัว ตื่นจากภาวะหยุดนิ่ง(หลับจำศีลในแคปซูล) เล่นเอาทุกคนอึ้งตามๆกัน ดูจากบริบทต่างๆในหนังแล้วแน่นอนว่าเรื่องนี้ "หุ่นเดวิด" รู้วาระซ่อนเร้นของเวย์แลนด์ดีกว่าใคร ด้วยมีฉาก เดวิด คุยกับ เวย์แลนด์ ผ่านอุปกรณ์หมวกครอบเรืองแสงพิเศษชนิดหนึ่งใน ช่วงที่เวย์แลนด์ยังอยู่ในแคปซูล...ส่วนอีกคนที่น่าจะล่วงรู้วาระซ่อนเร้นของเวย์แลนด์และแผนปฏิบัติการของยานโพรมีทีอุสครั้งนี้เป็นอย่างดีอีกคน อันเป็นผู้จัดการใหญ่ของยานโพรมีธีอุส ก็คือ "เมเรดิธ วิคเกอร์ส" ซึ่งเธอเรียกเวย์แลนด์ว่า "Father" เธอจึงไม่ใช่คนอื่นคนไกล...เธอเตือนสติพ่อของเธอ กรณี ความตาย! ไว้อย่างคมคายว่า...

"A king has his reign, and then he dies. It's inevitable." : ราชันย์ได้ครองบัลลังก์ จากนั้นย่อมสิ้นพระชนม์ ไม่อาจเหลี่ยกเลี่ยงได้.

ลูกยาน Prometheus แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลักๆ สะท้อนให้เห็น...มนุษย์แต่ละคนในการเดินทางร่วมกันสู่จุดหมายเดียวกัน แต่กลับมีความมุ่งหมายแรงจูงใจต่างกัน
- นายทุน-นายจ้าง เจ้าขององค์กรและยาน ผู้มีอำนาจ-กุมความลับความมุ่งหมายทั้งหมดทั้งปวงของภารกิจนี้ เป็นใครไม่ได้นอกจาก ปีเตอร์ เวย์แลนด์ ผนวกด้วยหุ่นยนต์เสมือนลูกรักอีกคนอย่าง เดวิด
- ผู้จัดการผู้เข้มงวด ทำหน้าที่คุมงานอย่างเคร่งครัดนั่นคือ เมเรดิธ วิคเกอร์ส *ซึ่งดูเหมือนเธอไม่ได้อยากเดินทางมาด้วยเลยแต่ด้วยเหตุจำเป็นนั่นคือ พ่อ
- นักวิทยาศาสตร์ ผู้กระหายในคำตอบที่ตนสงสัย ชีวิตทั้งหมดเพื่อเสาะหาให้จงได้ นั้นคือ เอลิซาเบธ ชอว์ และ ชาลี ฮอลโลเวย์
- ช่างเทคนิค-พนักงาน ผู้มาตามคำสั่ง-ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แรงจูงใจคือเงินค่าจ้างเป็นหลัก *สะท้อนภาวะความเป็นพนักงาน-ลูกจ้างบริษัท-องค์กร(บางคน ใช่ทุกคน :) ในยุคอุตสาหกรรม-ทุนนิยมเงินตรา โลกปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

* สำหรับ ปีเตอร์ เวย์แลนด์(Peter Weyland) แน่นอนว่าเขาต้องเป็นเศรษฐีทายาทของ " ชาร์ส์ บิชอป เวย์แลนด์"(Charles Bishop Weyland) ผู้เคยปรากฏตัวในฐานะของเจ้าของบริษัท Weyland คนก่อน ในหนังเฟรนไชส์ชุด Alien นี้เอง รวมทั้ง Alien VS Predator ด้วย

- จากซ้าย..."ปีเตอร์ เวย์แลนด์" วัยชรา - หุ่นแอนดรอยด์"เดวิด" - และ "เมเรดิธ วิคเกอร์ส" ตามลำดับ -


- คลิปวิดีโอโปรโมทหนัง-ฉากที่ไม่มีในโรง : "ปีเตอร์ เวย์แลนด์" วัยหนุ่ม (*และวัยชรา ก็ล้วนรับบทโดย กาย เพียร์ซ)...แถลงปาฐกถา แสดงวิสัยทัศน์ อย่างห้าวหาญ+ผยอง! บนเวที TED ปี ค.ศ.2023 เนื้อหาสรุป > เทพโพรมีธีอุสนำไฟมาให้มนุษย์ > มนุษย์ให้กำเนิดเทคโนโลยี จนกระทั่งสร้างหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ได้ > ถึงเวลาแล้ว ที่มนุษย์จะกลายเป็นพระเจ้าเสียเอง! และเขานี่แหละจะเปลี่ยนแปลงโลก...(ต่อมาปี ค.ศ.2085 ยานโพรมีธีอุส ของเวย์แลนด์ก็ทะยานสู่ห้วงอวกาศ ตามที่ปรากฏในหนังนั้นเอง) -

*เวที "TED" หรือ "TED Talks" คือเวทีปล่อยของที่มีอยู่จริงๆ...TED ย่อมาจากคำ 3 คำ คือ Technology, Entertainment and Design เป็นงานรวมตัวกันของคนที่มีความคิดดี ๆ มีประสบการณ์ตรงจากการลงมือทำ แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง คนที่มาร่วมงานนี้ มีหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก นักวิชาการ นักออกแบบ นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ โดยทั้งหมดอยู่ภายในธีมว่า "Idea Worth Spreading" และต้องเล่าให้จบใน 18 นาที ใครจะเล่าเรื่องอะไรก็ได้ที่คิดว่าเป็นไอเดียสดใหม่-ให้แรงบัลดาลใจ-มีประโยชน์สาระ...ชมวิดิโอคลิปอื่นๆ ต่างๆจาก TED (+มีซับไทย) ได้ที่ http://www.ted.com/translate/languages/th

- นวัตกรรม หุ่น David 8 โดย บริษัท Weyland Industries : "Hello. I'm David...I can do almost anything that could possibly be asked of me." -


- นวัตกรรม หุ่น David 8 โดย บริษัท Weyland Industries ...แต่ชุดตัวเก่งที่ เดวิด สวมใส่...นั่นมัน!...Made in China ^^ -


- ซ้าย เดวิด สวมหมวกครอบเรืองแสงพิเศษสื่อสารกับ เวย์แลนด์ : ขวา นวัตกรรมแคปซูลภาวะหยุดนิ่ง(หลับจำศีล)หรือ Hypersleep -


- *ถ้าสังเกต-นึกออก ในหนัง Prometheus มีฉากสั้นๆ หุ่นยนต์เดวิด ฝึกพูดภาษากับอาจารย์โฮโลกแกรม(เหมือนจะเป็นอาหรับมุสลิม) ต่อมาก็ไปชมภาพยนตร์คลาสสิกชื่อดังเรื่อง "Lawrence of Arabia(1962)"(ที่สร้างจากเรื่องจริง)...เป็นฉากมีคนโดนไฟเจ็บ แล้วประโยคสำคัญตอนท้ายสรุปว่า "The trick is not minding that it hurts" : เคล็ดลับคือต้องไม่สนใจว่ามันเจ็บ...เดวิด ถูกใจประโยคนี้ท่องไม่ขาดปาก...อาจเป็นนัยยะสื่อว่า ถึงแม้โดนไฟ(วิทยาศาสตร์)แผดเผา ก็อย่าไปสนใจว่ามันเจ็บ!...ฤๅ ปีเตอร์ เวย์แลนด์ ได้แรงบันดาลใจสร้าง David จาก T. E. Lawrence? -


และกับกรณีทำไม เดวิด ถึงใช้ ฮอลโวเวย์ เป็นหนูทดลองนั้น อาจเพราะว่า เดวิด นั้นถูกโปรแกรมให้ทำทุกอย่างตามความประสงค์(ลับๆ)ของ เวย์แลนด์ โดยการทดสอบว่าสารเหลวสีดำนั้นจะเกิดปฏิกิริยายังไงกับมนุษย์...แต่กระนั้น เดวิด ก็ถามหยั่งเชิงความเห็น-ทัศนะคติของ ฮอลโวเวย์ ก่อนลงมือว่า "เพื่อปฏิบัติการครั้งนี้คุณจะเดิมพัน เสียสละ ยอมทำขนาดไหน" และเมื่อ ฮอลโวเวย์ ตอบกลับทำนองหมดหน้าตัก ไม่ว่าอะไรและทำได้ทุกอย่าง "Anything and everything" ตอบมาอย่างนี้ เดวิดจึงปฏิบัติการโดยไม่ลังเล...ตอนนี้สะท้อน บางทีความกระหายต่อคำตอบของมนุษย์ กลับกลายมาเป็นอาวุธที่ฆ่าตัวเองในภายหลังโดยไม่รู้ตัว! (*บริษัท Weyland ปกติมีนโยบายหลักอันต้องการทดลองทางชีวภาพ-ค้นคว้าวิทยาการใหม่ๆมาตลอด โดยเฉพาะเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว ดังที่ได้เห็นกันในหนังเฟรนไชส์เอเลี่ยนทุกภาค)

ที่น่าสนและเป็นปริศนาลี้ลับอีกกรณี คือ เดวิด ไปพูดอะไรกับ Engineer ข้อนี้ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย เพราะคุยเป็นภาษาโบราณ-ภาษาต่างดาว? แต่ผลที่ออกมาและทุกคนฉงนอย่างไม่ทันตั้งตัวนั่นคือ...Engineer นิ่งเงียบไม่พูดตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น กลับออกอาการพิโรธเป็นฟืนเป็นไฟ! กระชากหัว-หักคอ! เดวิด หลุดเอาดื้อๆ ทั้งเหวี่ยงฆ่า เวย์แลนด์ และทีมงามติดตามตายคาที่ แล้วก็รีบบังคับยาน Derelict เพื่อออกจากดาว(มุ่งหน้าสู่โลก?)ในบัดดล...กรณีนี้มีความเห็นต่างๆนานาว่า นี่มันอะไรกัน-ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?...

- เดวิด กับไหสารเหลวสีดำปริศนา - สภาพ เดวิด หัวหลุดออกจากบ่า! -


- เดวิด อาจจะถามเรื่องการมีชีวิตอมตะ-รอดพ้นจากความตาย เพราะมันคือความใฝ่ฝันสูงสุดของ เวย์แลนด์ และเป้าหมายเบื้องลึกแท้จริงของ เวย์แลนด์ กับภาระกิจยานโพรมีธีอุสครั้งนี้ ก็คือ ค้นหาวิธีการมีชีวิตอมตะ-ยาอายุวัฒนะ!...Engineer จึงโกรธในความทะเยอทะยาน-อหังการของมนุษย์? (*ตัว Engineer เองก็ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยเช่นกัน หลีกหนีกฏนี้ไม่พ้น!)

- แต่ Engineer อาจไม่สนใจคำพูดของเดวิด หรือฟังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ? แต่โกรธเพราะมมนุษย์และหุ่นเดวิด บังอาจ-บุกรุก-ล่วงล้ำ-ลามปาม เข้ามาในฐานลับ-ยานของตน ทั้งปลุกตนตื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต?

- Engineer อาจรำคาญ-โกรธ ที่เมื่อตนเพิ่งตื่นหมาดๆไม่ทันตั้งตัว ทั้ง เอลิซาเบธ ชอว์, เวย์แลนด์ และก็เดวิด เสียมารยาทประเดประดัง พล่ามคำถามสารพัด?...โดยเฉพาะ เอลิซาเบธ ชอว์ แสดงอารมณ์อาการฉุนเฉียว ไม่ให้เกียรติกัน?

- เมื่อ Engineer สัมผัสหัวของเดวิด รู้สึกโมโหที่ไม่ใช่รูปแบบเชิงชีวภาพ หรือ พันธุวิศวกรรมเชิงกล(Biomechanics) แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์เทียม 100%...หรือพวก Engineer นิยมสิ่งประดิษฐ์แบบชีวภาพเชิงกล แอนตี้ รังเกียจหุ่นยนต์-เครื่องจักรแบบเดวิดเป็นที่สุด?...*สังเกต สิ่งประดิษฐ์-ยานของพวก Engineer รูปแบบ ดูแปลกประหลาดต่างจากของมนุษย์มาก อาทิยาน Derelict จะเห็นว่ารูปทรงออกไปทางรูปทรงอินทรีย์ หรือ Organic Form (คล้ายกับสิ่งมีชีวิต) และเหมือนจะเป็น Biomechanics เสียส่วนใหญ่?

- ฯลฯ...อื่นๆอีกมากมาย สุดแท้แต่ผู้ชม-แฟนๆจะจินตนาการต่อยอดเอง... *แต่ที่สุดติสต์(แกมรำคาญ)ก็คือ ริดลี่ย์ ผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์กรณีนี้ แบบห้วนๆว่า "ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าเดวิดพูดอะไรกับ Engineer" +_+

- เทคโนโลยีเครื่องสภาวะหยุดนิ่งของ Engineer ที่ท่านนอนจำศิลอยู่นั้นก็เป็นอีกปริศนา มันอาจทำอะไรได้มากกว่าแค่การหยุดนิ่งจำศีล ? *มีทฤษฎีหนึ่งน่าสนใจ คือ อาจเป็นเครื่องสร้างโลกเสมือนแบบที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ The Matrix ได้ด้วยในตัว และยังเป็นอะไรได้อีกมากมาย...!? -



ตัวอย่างปริศนาดังที่ได้ยกกล่าวมาทั้งหมดทั้งปวง ณ ที่นี้ เป็นเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้น(+แชร์ความเห็นและข้อสังเกตส่วนตัว)ส่วนหนึ่งเท่านั้น (ผิดพลาดประการใดก็ขออภัย)...ยังมีปริศนา-นัยยะ แง่มุมปลีกย่อยน่าสนใจ-น่าค้นหาอื่นๆอีกมากมายซุกซ่อนภายในภาพยนตร์ Prometheus...อาจเป็นความจงใจของผู้กำกับและทีมงานสร้าง ที่ให้ภาพยนตร์ไร้บทสรุป-ปลายเปิดบานปลาย!...เปิดช่องให้ผู้ชมจินตนาการ(เดา) สานต่อกันเองตามสะดวก...แต่บางทีกับคำถามปริศนาต่างๆที่เราครุ่นคิดสันนิษฐานกันหัวแทบระเบิดต่างๆนานา และคาดหวังว่ามันต้องเป็นมีคำตอบที่น่าทึ่งและซับซ้อน อาทิ กรณีพระเจ้าผู้สร้าง-ความลี้ลับของชีวิต-โลก-จักรวาล ฯลฯ สุดท้ายเราอาจได้รับคำตอบที่เรียบง่าย (แถมกวนโอ้ย!) ดังบทสนทนาตอนหนึ่ง ระหว่าง ชาลี ฮอลโลเวย์ ตอบคำถาม เดวิด...แม้แต่หุ่นยนต์อารมณ์เย็นชาอย่างเดวิด ถึงกับออกอาการเซ็ง...^^

หุ่นเดวิด : Why do you think your people made me?
คุณคิดว่า ทำไมพวกคุณ ถึงสร้างผมขึ้นมา

ชาลี ฮอลโลเวย์ : We made you cause we could.
+_+ เราสร้างคุณ เพราะเราทำได้ +_+

หุ่นเดวิด : Can you imagine how disappointing it would be for you to hear the same thing from your creator?
คุณคิดดูนะว่า มันน่าผิดหวังแค่ไหน ถ้าคุณได้รับคำตอบแบบนี้บ้างจากพระเจ้าของคุณ?

ปล. ต้องยอมรับว่า Prometheus เป็นอีกหนึ่งหนังไซ-ไฟระดับ Masterpiece ของโลกยุคใหม่ 2012 อันมีลูกเล่น-จินตนาการแพรวพราวสดใหม่ ฉากCG-VFX เท่ๆอันพิถีพิถันประณีต สร้างความบันเทิงตื่นตาตื่นใจได้มากทีเดียว น่าจะสาแก่ใจคอไซ-ไฟ ทุกหมูเหล่า :)...แถมตอนท้ายเรื่องยังได้ทิ้งเชื้อไว้...เอลิซาเบธ ชอว์ มนุษย์ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายของยานโพรมีธีอุส กล่าวไว้อย่างหาญกล้า สะท้อนจิตวิญญาณอันมุ่งมั่นในความปราถนาใครรู้-การแสวงหาคำตอบที่ตนสงสัยของมนุษย์นักวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี...

"I don't want to go back to where I came from. I want to go where they came from."
ฉันไม่อยากกลับไปสู่ที่ที่เราจากมา ฉันอยากไปที่ที่พวกเขา(Engineers)มา

เอลิซาเบธ ชอว์ กับ หุ่นแอนดรอยด์ เดวิด กำลังปฏิบัติการสานต่อภารกิจใหม่ มุ่งหน้าแสวงหาดาวบ้านเกิดที่แท้จริงของพวก Engineer-Space Jockey?...หรือว่าจะมี ภาค 2 ?...แล้วถ้ามีจะใช้ชื่อ Prometheus หรือเปล่า รอดูกันต่อไป :)...*มีแฟนภาพยนตร์เสนอว่า ถ้ามีภาคต่อควรใช้ชื่อว่า "Epimetheus" เอพิมีธีอุส คือ น้องชายฝาแฝดของโพรมีธีอุส...โพรมีธีอุส เป็นผู้มีปัญญาและมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ในขณะที่ เอพิมีธีอุส ที่แปลว่า การทำก่อนคิด เบาปัญญา และมีวิสัยทัศน์ที่แคบ!

*เฉลย :)...ฉากหุ่นเดวิด เรียนภาษาโบราณประโยคต่างๆกับครูบนจอโฮโลแกรมนั้น..."ดร. เอนิล บิลทู"(Dr. Anil Biltoo) ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่ศูนย์ภาษา SOAS ในกรุงลอนดอน ดร. คนนี้เป็นที่ปรึกษาด้านภาษาให้กับหนัง Prometheus นั่นเอง เผยว่า มันคือภาษา "PIE" ( Proto-Indo-European language :) และที่สำคัญประโยคปริศนาที่เดวิดคุยกับ Engineer ก็คือ... "/ida hmanəm aɪ kja namṛtuh zdɛ:taha/…/ghʷɪvah-pjorn-ɪttham sas da:tṛ kredah/" อันแปลว่า..."This man is here because he does not want to die. He believes you can give him more life"

ชายผู้นี้(เวย์แลนด์) เขามาที่นี่ เพราะเขาไม่อยากตาย เขาเชื่อว่าคุณสามารถให้ชีวิต(อมตะ)แก่เขาได้

และนักแสดงผู้ที่อยู่ในวิดิโอโฮโลแกรมสอนภาษาให้กับเดวิดนั้น จริงๆแล้วก็คือ ดร. บิลทู คนนี้แหละ...ดร. บิลทูอธิบายว่า คำถามที่เดวิดถาม Engineer นั้นจริงๆ แล้วเป็นแค่บางส่วนที่ถูกตัดออกจากบทสนทนาที่ยาวนานกว่านั้น...และบทสนทนาที่ถูกตัดออกไปอาจจะไปอยู่ในฉบับ Extended Cut ของ Blu-ray/DVD...สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม(ภาษาEng)ที่...คลิกที่นี่


- ส่งท้าย : คติคำคมจาก หุ่นเดวิด -

"Sometimes to create life, you have to destroy first."
บางครั้งเมื่อจะสร้างสรรค์ชีวิต(หรือสิ่งใหม่ๆ) อาจต้องเริ่มด้วยการทำลาย(สิ่งเก่า)เสียก่อน

"Big things have small beginnings."
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ